Display Pagerank

เข้าสู่ระบบ

ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
มกราคม 07, 2009, 04:21:41 PM
ชื่อผู้ใช้งาน: รหัสผ่าน:
เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

ลืมรหัสผ่าน?
Tags

MVC

MVC คืออะไร

ORM

ORM คืออะไร

ACL

ACL คืออะไร

CakePHP

CakePHP คืออะไร

CodeIgniter

CodeIgniter คืออะไร

Framework

Framework คืออะไร

ภาษา PHP

PHP จิปาถะ

CMS

CMS คืออะไร

ใครออนไลน์อยู่บ้าง?

ขณะนี้มี 3 บุคคลทั่วไปออนไลน์

Designed by:
SiteGround web hosting Mambo templates
การทดลอง LHC PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย สุริยา แก้วมุงเมือง   
10 ก.ย. 2008 22:33น.
ช่วงนี้ผมเห็นข่าวเรื่องการทดลอง LHC ผมสนใจมากๆเลยเนื่องจากว่าผมอ่านหนังสือเล่มๆหนึ่งเกี่ยวกับฟิสิกส์อยู่ ก่อนหน้านี้แล้ว และพอมาเห็นการทดลองก็มีความรู้สึกว่ามันต่อเนื่องกัน ผมเองก็ไม่ใช่นักฟิสิกส์อะไรหรอกครับ เพียงแต่ชอบในมุมมองทางทฤษฎีหลักการมันมีความน่าสนใจ จึงอยากยกประเด็นนี้มาพูดคุยถกเถียงกันนอกเรื่องซํกหน่อยครับ

ตามความคิดผมนะครับก็น่าจะเป็นไปตามทางหัวหน้าทีมงานเค้าบอกแหละครับ ไม่สามารถเกิดหลุ่มดำได้หรอก เพราะปรากฎการณ์ทางธรรมชาติที่เป็นอยู่ มันชนกันแรงกว่านี้เยอะมากๆ แต่การทดลองในครั้งนี้ถ้าเกิดสำเร็จขึ้นมาเราจะได้รับผลประโยชน์กันอย่าง ใหญ่หลวงนะครับ นับว่าเป็นการก้าวข้ามขีดจำกัดของธรรมชาติเลยทีเดียวล่ะครับ แต่ยังไงผมก็ขอเดาล่วงหน้านะครับ ว่าไม่สำเร็จหรอก สิ่งที่เค้าคิดน่ะ เหตุผลเพราะเค้ามองที่ตัววัตถุเป็นหลักมากจนเกินไป แทนที่จะมีสนใจเรื่องของจิตซะมากกว่า บางคนอ่านแล้วจะงง ไอสไตน์บอกว่า สสารใดๆ ถ้าแม้วิ่งได้เร็วกว่าแสงสองเท่า สสารนั้นจะหายไปและเปลี่ยนเป็นพลังงาน ตอนนี้ที่นักวิทยาศาสตร๋เข้าใจกันก็คือแสงวิ่งเร็วที่สุดในโลก แต่สิ่งที่วิ่งเร็วที่สุดในโลกไม่ใช่แสงครับ แต่เป็นจิตของมนุษย์นั่นเอง นี่จึงเป็นเหตุผลให้พระพุทธองค์ได้ค้นพบสัจธรรมที่แท้จริง ไม่ใช่เรื่องของวัตถุครับ แต่เป็นเรื่องของจิตมากกว่า

ทีนี้หลายๆคน อาจจะงงว่า CERN เค้าทำอะไรกันอยู่หรือทดลองไปเพื่ออะไร ประโยชน์ที่แท้จริงคืออะไร จริงๆเค้าอยากอยู่เหนือธรรมชาติครับ

ผม ขออนุญาตอธิบายซักนิดนึงนะครับ จุดประสงค์สูงสุดของนักฟิสิกส์ก็คือทฤษฎีรวมสนามพลังทั้งสี่ ทฤษฎีนี้เป็นสิ่งที่ไอสไตน์ใช้เวลาสามสิบ สี่สิบปีช่วงก่อนเสียชีวิตพยามคิดค้นขึ้นมา แต่ก็ไม่เป็นผล ณ วินาทีสุดท้ายที่จะเสียชีวิตยังคำนวนทฤษฎีนี้อยู่เลย สนามแรงทั้งสี่มีอะไรบ้างก็คือ สนามแรงแม่เหล็กไฟฟ้า สนามแรงโน้มถ่วง สนามแรงนิวเคลียร์ชนิดอ่อน และสนามแรงนิวเคลียร์ชนิดเข้ม ซึ่งคาดกันว่าแรงทั้งสี่นี้เป็นแรงที่เกิดขึ้นอยู่แล้วตามธรรมชาติ และคาดว่าจะเกิดมาจากสาเหตุอันเดียวกัน และก็คาดกันอีกว่า ณ ขณะที่เกิด big bang นั้นเป็นจุดของการระเบิดจากสนามแรงทั้งสี่นี้ครับ ซึ่งเกิดจากจุดของพลังงานที่มีมหาศาล โดยเริ่มต้นเค้าคาดกันว่าสิ่งต่างๆที่เราเห็นกันไม่มีอะไรอยู่เลย ก็คือว่างเปล่า และเนื่องจากว่าพลังงานกับสสารสามารถเปลี่ยนสถานะไปมาได้ ดังนั้นเค้าจึงคาดกันว่าขณะเกิด big bang แรงมหาศาลได้เกิดการระเบิด และเปลี่ยนเป็นสสาร จึงทำให้เกิดเป็นดวงดาวขึ้นมา และกำลังเคลื่อนตัวออกห่างจากจุดๆหนึ่งด้วยความเร็วสูง หลักฐานการเกิด big bang ก็คือรังสี cosmic ที่เค้ากล่าวถึง ถ้าการทดลองนี้สำเร็จหมายถึงว่าเค้าสามารถรวมสนามพลังทั้งสี่ดังกล่าวได้จะ เกิดอะไรขึ้น ตอบว่าไม่รู้ครับ เพราะทฤษฎีนี้สามารถนำมาทำประโยชน์ได้มากมายมหาศาล และในทำนองเดียวกันก็คือเป็นโทษมหาศาลเช่นเดียวกัน

ก็อย่างที่เราๆ รู้กันอยู่ก็คือผลิตระเบิด ในด้านประโยชน์นั้นจะเกิดอะไรได้บ้าง ตามหลักทฤษฎีสัมพัทธภาพของไอสไตน์บอกว่า โลกของเราเป็นโลกของสี่มิติ ก็คือ กว้าง ยาว ลึก และ เวลา ความเร็วแสงมีผลกะเวลา ไม่ใช่แค่ความเร็วแสงอย่างเดียว สิ่งใดก็ตามที่วิ่งความเร็วใกล้แสง จะมีผลกับเวลาหมด มีผลการทดลองออกมาแล้วก็คือเวลาบนโลก กับเวลาบนดาวเทียม ไม่เท่ากัน ถ้าใช้นาฬิกาที่ผลิตให้เดินบนโลกได้เหมือนๆกัน ตั้งเวลาให้ตรงกัน แต่พอจับไปไว้ที่ดาวเทียม ผ่านไปซักช่วงระยะหนึ่ง นาฬิกาจะเดินเวลาไม่ตรงกัน ซึ่งตรงนี้สรุปผลได้อย่างดี ว่าเวลาเป็นสัมพัทธ์ไม่ใช่สัมบูรณ์ ก็คือไม่คงที่ นั่นก็หมายความว่า ถ้านำมาใช้ในทางสร้างสรรค์ พวกเรามนุษยชาติ จะอยู่เหนือกฎธรรมชาติทุกๆอย่าง อย่างเช่น อาจจะมีอุปกรณ์มาติดที่ตัวเรา ทำให้เหาะได้ โดยทำให้ใช้พลังงานน้อยที่สุด สามารถเดินทางข้ามประเทศได้โดยใช้เวลาเพียงแค่พริบตาเดียว สามารถไม่แก่ไม่ตาย รวมไปถึงหลักทางชีววิทยาด้วย ก็คือสามารถรักษาโรคได้ทุกชนิดไม่แก่ ไม่ตายถ้าไม่ถูกฆ่า หรือถ้าแก่แล้วสามารถย้อนวัยตัวเองให้ดูเด็กลง หรืออะไรอีกมากมายที่จะเกิดขึ้น ซึ่งผมคิดว่า มันคงไม่มีทางเป็นจริง แต่ถ้าสำเร็จจริงๆแล้วคิดจะนำมาใช้ในทางทำลายล้างคิดว่าคงไม่มีใครทำ เพราะผลเสียคือคนตายทั้งโลก รวมทั้งผู้ใช้อาวุธนั้นเองด้วย แล้วเราก็จะมาถามกันอีก คนทำเค้าจะทำทำไม ในเมื่อตัวเองก็ตายด้วย

ผม เองก็คิดว่าทฤษฎีรวมสนามพลัง ยังไงก็ไม่มีทางสำเร็จ เนื่องจากว่า เมื่อก่อนเราคิดกันว่าอนุภาคที่เล็กที่สุดคืออะตอม ต่อมาได้ค้นพบอีกว่า อะตอมของธาตุต่างๆประกอบไปด้วย อิเล็กตรอน นิวตรอน และโปรตอน ซึ่งธาตุต่างๆก็ประกอบไปด้วย อนุภาคสามตัวนี้ในปริมาณที่แตกต่างกัน และต่อมาก็ค้นพบอีกว่า เจ้าสามตัวนี้มีอะไรบางอย่างคล้ายกัน น่าจะมาจากอนุภาคชนิดเดียวกันอีก จึงเป็นที่มาของการทดลองดังกล่าว ผลสุดท้ายหาเล็กลงไปเรื่อยๆ ๆๆ ในที่สุดจะค้นพบว่า สสารไม่มีอยู่จริงหรอกครับ จริงๆมันไม่มีอะไร ที่แท้มันก็คือความว่างเปล่านั่นเอง แล้วเราจะรู้ว่ามันเสียเวลามาเป็นหลายร้อยปีเพื่อที่จะรู้ว่าไม่มีอะไรในกอ ไผ่ครับ

อันนี้ความคิดส่วนตัวครับ อยากถามความเห็นเพื่อนๆ
ความคิดเห็นผู้ใช้

กรุณาล็อกอิน หรือลงทะเบียนเพื่อจะเขียนความคิดเห็น

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 21 ก.ย. 2008 13:29น. )